การสร้างงานกราฟิกด้วยโปรแกรม Photoshop CS5

            ในอดีตการสร้างภาพกราฟิกโดยการใช้ดินสอปากกา หมึกสี เขียนบนสื่อเช่นผนังถ้ำ ผืนผ้า ไม้ไผ่ หรือแผ่นกระดาษ แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพกราฟิกมาก ทำให้ได้ภาพกราฟิกที่งดงามมีคุณภาพและทำได้ง่าย โดยการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานด้านกราฟิกเป็นไปอย่างกว้างขวาง เช่น การโฆษณาขายสินค้าต่าง ๆ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ เกม การออกแบบผลิตภัณฑ์การแสดงผลข้อมูล การแสดงภาพทางการแพทย์ ตลอดถึงการออกแบบเว็บเพจ โดยสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างสรรค์งานกราฟิก   ส่วนบุคคลทั่วไปสามารถเพิ่มเติมอุปกรณ์บางประการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในการประมวลผลภาพและการนำเข้าข้อมูลเพื่อแสดงผลข้อมูลแบบกราฟิก เช่น การออกแบบการ์ตูนเพื่อนำไปทำ แอนิเมชันต่าง ๆ ก็สามารถทำได้โดยง่าย

 

1. ความหมายของกราฟิกและคอมพิวเตอร์กราฟิก

1.1  ความหมายของกราฟิก

            กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น  สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ                        กราฟิกมาจากคำในภาษากรีกว่า Graphiko หมายถึง การเขียนภาพด้านสีและลักษณะขาว-ดำ เมื่อนำมารวมกับคำว่า Graphiko หมายถึง การเขียนตัวหนังสือและการสื่อความหมายโดยใช้เส้น คำว่า กราฟิกจึงหมายถึงรูปแบบของงานที่มุ่งแสดงความจริงหรือความคิดผ่านทางการวาดรูปและเขียนตัวอักษร

            สรุป กราฟิก หมายถึง การสื่อความหมายด้วยการใช้ศิลปะด้วยเส้น การเขียน สัญลักษณ์ภาพเพื่อสื่อความหมายให้ถูกต้องตรงตามความต้องการ

รูปที่ 1  ตัวอย่างภาพกราฟิก                       

                          ที่มา : https://www.ploypandaa.wordpress.com (วันที่สืบค้น 04/04/58)

1.2  ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก

            คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพโดยการวาดภาพกราฟิกหรือนำภาพมาจากสื่ออื่น ๆ เช่นวีดิทัศน์ต่าง ๆ ภาพยนตร์ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล การออกแบบเว็บไซต์ เชื่อมโยงข้อมูล โดยภาพกราฟิกเหล่านี้ประกอบด้วย เส้น สี แสงและเงาต่าง ๆ สามารถตอบสนองกับผู้ใช้งาน

            คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างภาพ การตกแต่งแก้ไข หรือจัดการเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ เช่น การตกแต่งแก้ไขภาพคนแก่ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพตามจินตนาการ การสร้างภาพเหมือนการลอกลายและการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลในด้านต่าง ๆ การออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและดึงดูดให้น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ

            สรุป คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างภาพ การตกแต่งแก้ไขภาพ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการกับภาพ เช่น การตกแต่งภาพให้มีวัยสาวขึ้น หรือการสร้างภาพตามจินตนาการต่าง ๆ ให้กับภาพ เพื่อนำภาพประกอบการเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสื่อความหมายให้ชัดเจนตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ และน่าสนใจด้วยภาพกราฟิก

รูปที่ 2 ตัวอย่างการออกแบบงานกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์

2ประเภทของกราฟิก การจำแนกกราฟิก เช่นภาพถ่าย รูปวาด หรือภาพที่เกิดจากการสร้างจากโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. ภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ คือศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สามารถ

มองเห็นตามแนวแกน x (ความกว้าง) กับแกน y (ความยาว) ภาพที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น ภาพถ่ายต่าง ๆ รูปวาดสัญลักษณ์และภาพการ์ตูนต่างๆ ในโทรศัพท์ เช่น ชินจัง โดเรม่อน การ์ตูนจะเป็นภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Animation) โดยจะมีกระบวนการสร้างที่ซับซ้อนกว่าภาพวาดปกติ

รูปที่ 3 ตัวอย่างภาพกราฟิกประเภท 2 มิติ

     ที่มา : http:// www.doraemonclubza.blogspot.com/p/blog-page.html (วันที่สืบค้น 04/04/58)

  1. ภาพกราฟิกประเภท 3 มิติ คือภาพกราฟิกที่สร้างจากโปรแกรมสร้างภาพแบบ 3 มิติ เช่น

3D max Maya ทำให้ได้ภาพมีสีและแสงเงาเหมือนจริง สามารถมองเห็นตามแนวแกน x แกน y และมีแกน z (ความหนาและความสูง) ทำให้มองเห็นเป็นรูปร่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเหมาะกับงานด้านสถาปัตย์การออกแบบต่าง ๆ การผลิตรถยนต์ การสร้างเป็นภาพยนตร์ การ์ตูน หรือโฆษณาสินค้าต่างๆ ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันแบบ 3 มิติ เช่น การ์ตูน เรื่อง Nemo , ช้างก้านกล้วย และปังปอนด์แอนนิเมชันเป็นต้น

รูปที่ 4 ตัวอย่างกราฟิกประเภท 3 มิติ

ที่มา : http://www.movie.sanook.com/20702 (วันที่สืบค้น 05/04/58)

3คุณค่าและความสำคัญของงานกราฟิก

            งานกราฟิกเป็นการสื่อสารด้วยศิลปะระหว่างผู้สร้างกับผู้รับ (ผู้ดู,ผู้เห็น) ดังนั้นงานกราฟิกจึงมีคุณค่าและความสำคัญดังต่อไปนี้

  1. เป็นสื่อกลางการสื่อความหมายให้เกิดการเข้าใจตรงกัน สร้างระบบการเรียนรู้ สร้างแนวคิด

ใหม่ ๆ เชิงสร้างสรรค์

  1. สร้างความเร้าใจ น่าสนใจ ความประทับใจและความเชื่อถือได้ของผลงาน เพื่อให้เกิดการ

เรียนรู้เกิดการศึกษากลุ่มเป้าหมาย

  1. ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ โดยการประยุกต์ความคิดจากผลงานเดิม
  2. ช่วยสรุปความคิดและจินตนาการออกมาเป็นข้อมูลที่สื่อสารได้ง่าย ทำให้ผู้พบเห็นการ

เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทั้งทางด้านการกระทำและความคิด

  1. สร้างระบบการถ่ายทอดที่มีความเด่นชัด แปลความหมายได้รวดเร็ว
  2. สร้างความเจริญก้าวหน้าให้ธุรกิจ สร้างอาชีพและรายได้ในสังคม
  3. สร้างค่านิยมทางความคิดที่งดงามได้แนวคิดที่ดี

รูปที่ 5 ตัวอย่างการออกแบบเกียรติบัตรด้วยโปแกรมกราฟิก

4ภาพกราฟิกที่ใช้กับคอมพิวเตอร์

            ภาพที่เกิดจากจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสีแบบอาร์จีบี คัลเลอร์ (RGB Color) ประกอบด้วยสีแดง (Red)  สีเขียว (Green)  และสีน้ำเงิน (Blue) โดยใช้หลักการยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สี มาผสมกัน เกิดเป็นจุดสีเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Pixel “พิกเซล” โดยพิกเซลจะมีหลากหลายสี เมื่อนำมาวางต่อกันจะเกิดเป็นภาพ 2 แบบ คือ

                4.1  ภาพกราฟิกแบบบิตแมป (Bitmap) เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลากสีเรียกว่า Pixel เมื่อนำมาประกอบกันจะเกิดเป็นภาพขนาดใหญ่โดยแต่ละเม็ดสีจะมีค่าสีแตกต่างกันไป ภาพกราฟิกแบบบิตแมปจะต้องกำหนด พิกเซลให้กับภาพ ภาพที่มีจำนวนเม็ดสีมาก จะมีความละเอียดมาก สวย คมชัด ภาพที่มีจำนวนเม็ดสีน้อย เม็ดสีที่ประกอบเป็นภาพจะเรียงต่อกันแบบห่าง ๆ และมองเห็นเม็ดสีในภาพแต่ละเม็ด ภาพกราฟิกแบบบิตแมป เมื่อมีการขยายใหญ่ขึ้น จะทำให้ภาพนั้นมีความหยาบ มองเห็นเป็นจุดสี่เหลี่ยม ดังนั้นการกำหนดจำนวนพิกเซลจะบอกถึงความละเอียดของภาพ ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้สร้างภาพกราฟิกแบบ Bitmap คือ Adobe Photoshop , Adobe Photoshop CS, Paint เป็นต้น

รูปที่ 6 ตัวอย่างภาพกราฟิก Bitmap

4.2  ภาพกราฟิกแบบเว็กเตอร์ (Vector) ภาพกราฟิกที่สร้างด้วยส่วนประกอบของลักษณะเส้นต่าง ๆ และคุณสมบัติเกี่ยวกับสีของเส้นนั้น ๆ  ซึ่งสร้างจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่นภาพถ่ายที่คนทั่วไปจะสร้างด้วยจุดของเส้นหลาย ๆ จุด เป็นลักษณะเส้นโครงร่าง (Outline) และสีของคนก็เกิดจากสีของเส้นโครงร่างนั้น ๆ กับพื้นที่ผิวภายใน เมื่อมีการแก้ไขภาพจะเป็นการแก้ไขคุณสมบัติของเส้น ทำให้ภาพไม่สูญเสียความละเอียดใดๆ ไฟล์ภาพทีมีขนาดไฟล์เล็กแต่อุปกรณ์ที่ใช้แสดงภาพเช่น การแสดงผลทางจอภาพคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์จะเป็นการแสดงภาพแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน และด้านการออกแบบต่าง ๆ เช่น การออกแบบรถยนต์ การออกแบบงานอาคาร การสร้างภาพการ์ตูน ซึ่งโปรแกรมที่นิยมสร้างภาพกราฟิกลายเส้นแบบ Vector เช่น โปรแกรม Illustrator โปรแกรม CorelDraw โปรแกรม 3Ds และโปรแกรม Max ภาพแบบกราฟิก Vector  เมื่อมีการปรับขยายภาพขึ้นความละเอียดของภาพคงเดิม

รูปที่ 7 ตัวอย่างภาพกราฟิก Vector 

ที่มา http://od www.dywallpaper.com/great-design-vector-free-download

(วันที่สืบค้น 05/04/58)

5ความแตกต่างระหว่างไฟล์ภาพกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector

            ความแตกต่างระหว่างไฟล์ภาพกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector คือ ลักษณะแบบ Bitmap ประกอบขึ้นด้วยจุดต่าง ๆ มากมาย ภาพมีจำนวน Pixel คงที่จึงต้องการค่าความละเอียดมากขึ้นเมื่อขยายภาพ โดยจะคำนวณค่าสีทีละ Pixel ทำให้ภาพแตกเมื่อขยายภาพให้ใหญ่ เหมาะสำหรับงานกราฟิกในแบบที่ต้องการให้แสดงแสงเงาภาพแบบ Vector ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ โดยรวมเอา Object เช่นวงกลม เส้นตรงต่างชนิดมาผสมกันสามารถย่อและขยายขนาดได้มากกว่า โดยสัดส่วนและลักษณะของภาพยังเหมือนความละเอียดภาพไม่เปลี่ยนแปลง เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout  งานพิมพ์ตัวอักษร

รูปที่ 8 ตัวอย่างการขยายภาพแบบBitmap จะทำให้ภาพแตก

              ตารางที่ 1 ความแตกต่างระหว่างไฟล์ภาพกราฟิกแบบ Bitmap และ Vector

ภาพกราฟิกแบบ Bitmap

ภาพกราฟิกVector

  1. ภาพกราฟิกที่เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆหลากหลายสี เรียกว่า Pixel มาเรียนต่อกันเป็นภาพ
  1. ภาพถูกสร้างด้วยจุดของเส้นหลาย ๆ จุด เป็น

    ลักษณะเส้นโครงร่าง (Outline) และสีของภาพ

    ก็เกิดจากสีของเส้นโครงร่างนั้นๆกับพื้นที่ผิว

    ภายใน

  1. การขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความละเอียดของภาพลดลงจึงมองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีความหยาบ

2. เมื่อมีการแก้ไขภาพก็จะเป็นการแก้ไข

    คุณสมบัติของเส้นทำให้ภาพไม่สูญเสียความ

    ละเอียดภาพยังคงมีความละเอียดชัดเจน

    เหมือนเดิม

  1. การตกแต่งและแก้ไขภาพ สามารถทำได้ง่ายและสวยงาม เช่น การปรับสีผิวหน้าและปรับผิวกายให้ขาวเนียน

3. เหมาะกับงานออกแบบต่าง ๆ เช่น งาน

    สถาปัตย์ออกแบบโลโก้ เป็นต้น

  1. การประมวลผลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

4.การประมวลผลภาพใช้เวลานาน เนื่องจากใช้

   คำสั่งในการทำงาน

 

                 

6หลักการใช้สีและแสงในคอมพิวเตอร์

            จอภาพคอมพิวเตอร์สามารถแสดงผลของภาพในรูปแบบสีโหมดต่าง ๆ ซึ่งแบ่งหลักการใช้สีและแสงในคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้านกราฟิกทั่วไปแบ่งเป็นโหมดสี 4 แบบ คือ โหมดสีแบบ RGB Color โหมดสีแบบ CMYK Color โหมดสีแบบ HSB Colorและโหมดสีแบบ LAB Color

6.1  โหมด RGB (Red, Green, Blue) ประกอบด้วยสีสามสี คือ สีแดง, สีเขียว และสีน้ำเงิน ซึ่งการสร้างงานกราฟิกนั้น เราจะใช้โหมด RGB นี้เป็นหลัก โหมด RGB นี้สีจะเกิดขึ้นจากการผสมแสงสามสี ให้เกิดเป็นจุดสี

            ระบบสี RGB เป็นระบบสีของแสง ซึ่งเกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซึม จะเกิดแถบสีที่เรียกว่า สีรุ้ง ( Spectrum ) ซึ่งแยกสีตามที่สายตามองเห็นได้ 7 สี คือ แดง แสด เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม ม่วง ซึ่งเป็นพลังงานอยู่ในรูปของรังสี ที่มีช่วงคลื่นที่สายตา สามารถมองเห็นได้ แสงสีม่วงมีความถี่คลื่นสูงที่สุด คลื่นแสงที่มีความถี่สูงกว่าแสงสีม่วง เรียกว่า อุลตราไวโอเลต ( Ultra Violet ) และคลื่นแสงสีแดง มีความถี่คลื่นต่ำที่สุด คลื่นแสง ที่ต่ำกว่าแสงสีแดงเรียกว่า อินฟราเรด ( InfraRed) คลื่นแสงที่มีความถี่สูงกว่าสีม่วงและต่ำกว่าสีแดงนั้น สายตาของมนุษย์ไม่สามารถรับได้ และเมื่อศึกษาดูแล้วแสงสีทั้งหมดเกิดจาก แสงสี 3 สี คือ สีแดง (Red) สีน้ำเงิน (Blue)และสีเขียว (Green)ทั้งสามสีถือเป็นแม่สีของแสง เมื่อนำมาฉายรวมกันจะทำให้เกิดสีใหม่ อีก 3 สี คือ สีแดงมาเจนต้า สีฟ้าไซแอน และสีเหลืองและถ้าฉายแสงสีทั้งหมดรวมกันจะได้แสงสีขาวจากคุณสมบัติของแสงนี้เราได้นำมาใช้ประโยชน์ทั่วไป ในการฉายภาพยนตร์ การบันทึกภาพวิดีโอ ภาพโทรทัศน์ การสร้างภาพเพื่อการนำเสนอทางจอคอมพิวเตอร์ และการจัดแสงสีในการแสดง เป็นต้น

รูปที่ 9 โหมสี RGB

ที่มา : http://www.infinityprinting.co.th/main/content.php?page=sub&category=22&id=55

                                                   (วันที่สืบค้น 05/04/58

6.2  โหมด CMYK (Cyan, Magenta, Yellow, blacK) (โหมดสีนี้เป็นโหมดสีสำหรับงานพิมพ์ออฟเซ็ท) ประกอบด้วยสีสี่สี คือ สีเขียวปนน้ำเงิน, สีม่วงแดงเข้ม, สีเหลือง และสีดำ โหมดสีนี้จะใช้ในการเตรียมพิมพ์การพิมพ์สี่สีระบบสี CMYK เป็นระบบสีชนิดที่เป็นวัตถุ คือสีแดง เหลือง น้ำเงินแต่ไม่ใช่สีน้ำเงิน ที่เป็นแม่สีวัตถุธาตุ แม่สีในระบบ CMYK เกิดจากการผสมกันของแม่สีของแสงหรือระบบสีRGB คือ แสงสีน้ำเงิน + แสงสีเขียว = สีฟ้า (Cyan) แสงสีน้ำเงิน + แสงสีแดง = สีแดง(Magenta) แสงสีแดง + แสงสีเขียว = สีเหลือง (Yellow) สีฟ้า (Cyan) สีแดง (Magenta) สีเหลือง (Yellow) นี้นำมาใช้ในระบบการพิมพ์ และ มีการเพิ่มเติม สีดำเข้าไป เพื่อให้มีน้ำหนักเข้มขึ้นอีก เมื่อรวมสีดำ (Black = K) เข้าไป จึงมีสี่สี โดยทั่วไปจึงเรียกระบบการพิมพ์นี้ว่าระบบการพิมพ์สี่สี (CMYK) ระบบการพิมพ์สี่สี (CMYK) เป็นการพิมพ์ภาพในระบบที่ทันสมัยที่สุด และได้ภาพ ใกล้เคียงกับภาพถ่ายมากที่สุด โดยทำการพิมพ์ทีละสี จากสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน และสีดำ ถ้าลองใช้แว่นขยายส่องดู ผลงานพิมพ์ชนิดนี้ จะพบว่า จะเกิดจากจุดสีเล็ก ๆ สี่สีอยู่เต็มไปหมด การที่เรามองเห็นภาพมีสีต่าง ๆ นอกเหนือจากสี่สีนี้ เกิดจากการผสมของเม็ดสีเหล่านี้ใน ปริมาณต่าง ๆ คิดเป็น % ของปริมาณเม็ดสี ซึ่งกำหนดเป็น 10-20-30-40-50-60-70-80-90 จนถึง100 %

รูปที่ 10 โหมดสี CMYK

ที่มา : http://www.infinityprinting.co.th/main/content.php?page=sub&category=22&id=55

                                                          (วันที่สืบค้น 05/04/58)

 6.3  โหมดขาวดำ (Grayscale) โหมดนี้จะมีเพียงสองสีคือ สีขาวและสีดำแต่จะมีระดับความเข้มของสีดำ 255 ระดับ รวมกับสีขาวอีกหนึ่งสี ในโหมดนี้ก็จะมีเพียง 256 สี

โหมดสี ขาวดำ (Grayscale) 

ที่มา : http://www.decohubs.com/explore?t=grayscale

6.4  โหมดสีแบบ LAB Color คือ โหมดสีที่มีช่วงความกว้างในการแสดงสีได้สูงที่สุดเทียบเท่ากับสีดวงตาของมนุษย์สามารถรับได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

                        1.L”  หรือ Luminance การกำหนดค่าความสว่างซึ่งมีค่าตั้งแต่ 1 ถึง 100 ถ้ากำหนดที่ 0 จะกลายเป็นสีดำ แต่ถ้ากำหนดที่ 100 จะกลายเป็นสีขาว

                        2. A” เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีเขียวไปสีแดง

                        3. B” เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีน้ำเงินไปสีเหลือง

โหมดสี LAB Color

ที่มา : http://www.photoscreenprint.com/the-yrgbk-droplet-color-separating

(วันที่สืบค้น 05/04/58)

7. ชนิดของไฟล์ภาพ

                สำหรับชนิดของไฟล์ภาพจะถูกแบ่งออกจากนามสกุลไฟล์ ซึ่งเป็นตัวระบุรูปแบบเฉพาะ เช่น เป็นภาพที่แสดงสีได้อย่างสมจริง หรือเป็นภาพที่แสดงสีได้น้อย แต่ว่าสามารถเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ เป็นต้น โดยชนิดของไฟล์ภาพที่มักนำมาใช้งาน Photoshop แบ่งตามประเภทได้ดังนี้

7.1  JPG,JPEG ( Joint Photographic Experts Group)

            JPEG เป็นไฟล์ภาพที่ใช้งานมากที่สุดใน Photoshop ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการตกแต่ง หรือรีทัชได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถแสดงสีได้สูงถึง 16.7 ล้านสี สำหรับภาพแบบ 8 บิต ส่วนใหญ่เป็นภาพเสมือนจริง เช่น ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพคน หรือภาพที่สามารถไล่โทนสีสวยงาม

7.2  GIF (Graphics Interchange Format)

            เป็นประเภทของไฟล์ภาพที่เหมาะกับงานด้านเว็บไซต์ เนื่องจากสามารถลดทอนสีลงให้เหลือประมาณ 256 สี เพื่อให้ไฟล์ภาพมีนาดเล็กลง จึงเหมาะกับงานทีมีรายละเอียดสีไม่มาก เช่น โลโก้ หรือภาพการ์ตูน ที่สำคัญ ไฟล์ภาพประเภทนี้ยังสามารถแสดงภาพแบบพื้นหลังทะลุ (Transparency) และใช้บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วย

7.3  PNG (Portable Network Graphics)

            PNG เป็นไฟล์ที่รวมเอาคุณสมบัติของไฟล์แบบ GIF และ JPEG เข้าด้วยกันคือ สามารถบีบอัดภาพให้เล็กลงได้มากกว่า GIF ถึง 30% แต่ก็ยังแสดงสีได้เหมือนกับภาพแบบ JPEG นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกพื้นหลังแบบทะลุ (Transparency) เพื่อนำไปใช้กับพื้นหลังแบบต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่มีปัญหาขอบหยักเหมือนไฟล์แบบ GIF

 

7.4  RAW

            เป็นไฟล์ภาพที่เกิดจากการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล ในกลุ่ม DSLR ซึ่งมีความสามารถในการเก็บรายละเอียดของภาพได้สูงมากซึ่งการจัดการกับภาพลักษณะนี้จะต้องใช้ Camera Raw ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เสริมใน Photoshop CS5 ในการปรับแต่งภาพ

7.5  TIFF (Tagged Image File Format)

            เป็นไฟล์ที่สร้างใน Photoshop เพื่อนำไปใช้กับงานสิ่งพิมพ์เนื่องจากสามารถเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของภาพได้เป็นอย่างดี และไฟล์ประเภทนี้สามารถใช้ได้กับทั้งเครื่อง PC และเครื่อง Macintosh

7.6  PSD

            เป็นไฟล์ที่ได้จากการทำงาน Photoshop ซึ่งไม่มีการบีบอัดขนาดไฟล์ภาพ ทำให้ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่มีข้อดีคือ เราสามารถเปิดไฟล์แบบ PSD ขึ้นมาเพื่อแก้ไขได้ โดยที่โครงสร้างแบบ Layer จะคงอยู่เหมือนเดิม

 

8ทำความรู้จักโปรแกรม Photoshop CS5และพื้นฐานการใช้งาน

              Adobe Photoshop CS5 เป็นโปรแกรมที่สร้างและตกแต่งรูปภาพ อย่างมืออาชีพ  โดยเฉพาะนักออกแบบในทุกวงการย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop  เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อสนับสนุนการสร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในชุดโปรแกรม  Adobe Photoshop การที่จะใช้งานโปรแกรม Photoshop นักเรียนต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพและความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมีหน่วยความจำที่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นการสร้างงานของนักเรียนคงไม่สนุกแน่ เพราะการทำงานจะช้าและมีปัญหาตามมามากมาย

รูปที่ 1 โลโก้โปรแกรม Photoshop CS5

 ที่มา : http://hellotot.blogspot.com/2011/05/adobe-photoshop.html (สืบค้นวันที่ 02/02/2558)

อีกเวอร์ชันคือ Photoshop CS5 Extended ที่เพิ่มความสามารถที่นอกเหนือจากการตกแต่งและตัดต่อภาพคือการทำงานด้าน 3D ไม่ว่าจะ Render รูปทรงให้มีแสงเงาสมจริง สร้างงาน  Animation ด้วย  Timeline  ที่ทำงานได้อย่างหลากหลาย เพราะสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น Flash, After Effect หรือนำไฟล์งานจาก 3D Max มาทำงานร่วมกับภาพกราฟิกใน Photoshop ก็ได้

                                        รูปที่ 2 โลโก้โปรแกรม Photoshop CS5 Extended

ที่มา : http://zanuarmirza7.blogspot.com/2011/12/adobe-photoshop-cs5-extended-full.html

                                                (สืบค้นวันที่ 02/02/2558)

8.1   ความเป็นมาของ Photoshop
         
  Photoshop เป็นโปรแกรมของบริษัท Adobe (“อะ-โด-บี้”) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านกราฟิก และอุตสาหกรรมการพิมพ์รายสำคัญ  รวมถึงเป็นผู้คิดค้นภาษา  PostScript และไฟล์แบบ PDF (Portable Document Format) ที่ใช้กันในวงการพิมพ์และการจัดรูปแบบเอกสารบนอินเตอร์เน็ตด้วย ดังนั้น Photoshop จึงสามารถทำงานร่วมและแลกเปลี่ยนไฟล์กับโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้ทำงานด้านกราฟิกได้อย่างกว้างขวาง เช่น โปรแกรม Illustrator, PageMaker และ Acrobat ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นของบริษัท Adobe เช่นกัน
        
   Photoshop ออกเวอร์ชันแรกในปี 1990 และได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ เป็นเวอร์ชัน 2,2.5, 3, 4, 5, 5.5 และ 6,7,CS2,CS3,CS4,CS5 จนกระทั่งรุ่นล่าสุดที่ผลิตคือเวอร์ชัน CS6 ในขณะนี้ โดยมีขีดความสามารถใหม่ ๆ สำหรับการจัดการกับภาพขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง คือ Adobe Bridge CS5  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับจัดการภาพถ่ายของเรา  ซึ่งทำหน้าที่เหมือนการทำงานใน Explorer  หรือบางอย่างอาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ  เช่น การจัดกลุ่มภาพ การแสดงรายละเอียดของภาพ เช่น กล้องที่ใช้ถ่ายด้วยเลนส์แบบไหน โฟกัสเท่าไร ค่า white balance เท่าไร เป็นต้น และที่สำคัญคือสามารถดูตัวอย่างไฟล์ภาพของ Photoshop นามสกุล .psd  ได้  โดยไม่ต้องเปิดดูใน Photoshop  และยังมีคำสั่งอัตโนมัติที่สามารถเลือกใช้กับไฟล์ภาพได้อีกด้วย

 

8.2  ทำไมจึงเป็น  Photoshop CS5
             Photoshop  เวอร์ชันใหม่ที่หลายคนรอคอยได้ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับความแปลกใหม่  เริ่มที่ชื่อเวอร์ชันจากตัวเลขที่คุ้นเคยได้เปลี่ยนเป็นตัวอักษร  CS  และในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขึ้นจนเป็นเวอร์ชัน CS5  ความแปลกใหม่อีกอย่างได้แก่สัญลักษณ์รูปดวงตาก็กลายมาเป็นรูปขนนกสีสดใส จนปัจจุบันมีสัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน และมีตัวอักษรย่อของโปรแกรม ดังรูป   ซึ่งจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกับ Creative Suit ซึ่งรองรับโปรแกรมของ Macro Media ไว้ด้วยกัน
         การพัฒนาของ Photoshop  ครั้งนี้ผู้ผลิตต้องการให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงวิวัฒนาการใหม่จากโปรแกรมค่าย    Adobe ที่รวมตัวเป็นชุด Creative  Suit  ซึ่งเป็นที่มาของเวอร์ชัน CS  และ Photoshop  CS5  ก็เป็นส่วนหนึ่งของชุด Creative  Suit 
         นับตั้งแต่ Photoshop เวอร์ชันแรกเปิดตัวก็ได้รับความสนใจจากวงการตกแต่งภาพ ต่อมาโปรแกรมได้รับการพัฒนาคุณสมบัติเพิ่มขึ้นในเวอร์ชันใหม่ จนสามารถตอบสนองความต้องการด้านตกแต่งภาพของนักออกแบบหลายกลุ่มมากขึ้น รวมกับความสนใจของกลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ต้องการเรียนรู้โปรแกรมเพื่อตกแต่งภาพก็มักเลือก  Photoshop  เป็นลำดับแรก ทำให้โปรแกรมได้รับความนิยมมากปัจจุบัน Photoshop  พัฒนามาถึงเวอร์ชัน 8 หรือเรียกว่า Photoshop  CS และพัฒนามาเป็นเวอร์ชัน CS2 จนถึง CS5 และในปัจจุบันมีเวอร์ชัน CS6 ที่มีความสามารถมากขึ้นหน้าตาปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัยรวมทั้งรองรับการทำงานกับกล้องดิจิตอลได้ ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้ทำให้ Photoshop CS5 มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

 

9ความต้องการพื้นฐานของ Photoshop CS5
          การใช้ Photoshop cs5 ให้ครบถ้วนทุกคำสั่งอย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ หรือ  Laptop ที่มีสเป็คที่สูงพอสมควร โดยความต้องการพื้นฐานที่ Photoshop cs5 มีดังนี้
สำหรับผู้ใช้งาน PC ที่ต้องการติดตั้ง Photoshop CS5  จะต้องตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องเสียก่อนว่าสามารถจะติดตั้งได้หรือไม่  เนื่องจากโปรแกรมต้องการทรัพยากรค่อนข้างสูงในการทำงาน
          
ซีพียู : Intel Pentium 4 หรือ AMD Athlon 64 processor
         
ระบบปฏิบัติการ : Microvolt Windows XP Service Pack 3, Windows Vista Home   Premium Business, Ultimate  หรือ Enterprise Service Pack 1 (แต่แนะนำให้ใช้ Service Pack 2 ) หรือ Windows7
         
-  หน่วยความจำ : แรมอย่างต่ำ 1 GB
         
ฮาร์ดดิสก์ : 1 GB สำหรับการติดตั้ง และควรมีพื้นที่เหลือสำหรับเป็นหน่วยความจำสำรอง
         
จอภาพ : ความละเอียดอย่างต่ำ 102x768 (แนะนำให้ใช้ที่ 1280x800)ที่สำคัญควรมีการ์ดจอที่รับรอง  OpenGLและมีหน่วยความจำอย่างน้อย 256 MB

รูป ตัวอย่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ติดตั้งโปรแกรม Photoshop CS5

              ที่มา : https://singnual.wordpress.com/category  (สืบค้นวันที่ 02/02/2558)

10ฟีเจอร์ใหม่ใน Photoshop CS5

            Adobe Photoshop CS5 ได้ปรับปรุงการทำงานเพิ่มเติมจากเวอร์ชันก่อน โดยหน้าตาของโปรแกรมเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่มีเครื่องมือและคำสั่งใหม่ ๆ สำหรับนักออกแบบกราฟิก และผู้ที่ต้องการก้าวไปสู่นักออกแบบและตกแต่งภาพมืออาชีพ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนให้ลดขั้นตอนลง การใช้งานง่ายขึ้น ได้ผลลัพธ์ดีในเวลาอันรวดเร็ว คงพอมองออกว่าความสามารถใหม่ ๆ ของ Adobe Photoshop CS5 นี้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนลองมาศึกษาว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงและน่าสนใจบ้าง สำหรับฟีเจอร์ใหม่ของ Photoshop CS5 ที่น่าสนใจ มีดังต่อไปนี้

10.1  หน้าตาที่เปลี่ยนแปลงไป 
           
ถ้าเราเปรียบเทียบหน้าตาของโปรแกรม Photoshop CS4 กับ Photoshop CS5 จะเห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่ถ้าไปเปรียบเทียบกับ Photoshop CS3 หรือเวอร์ชันเก่า ๆ ที่ต่ำลงมาก ก็จะพบว่าแตกต่างกันค่อนข้างมาก (แต่เป็นในทางที่ดีและสวยงาม)

                                      รูปที่ 4  ตัวอย่างหน้าจอโปรแกรม Photoshop CS5

10.2  ค้นหาภาพได้รวดเร็วขึ้นกับ Mini Bridge 
            Mini Bridge เป็นฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งเป็นการย่อส่วน Adobe Bridge ในเวอร์ชันก่อน ซึ่งใช้สำหรับการแสดงภาพในลักษณะเดียวกับ Windows Explorer แต่นี่แสดงบน Photoshop โดยตรง ทำให้เราสามารถบริหารจัดการภาพได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหา Adobe Bridge ก็คือกินทรัพยากรของเครื่องมาก ทำให้เครื่องทำงานช้า แต่ Mini Bridge เป็นส่วนที่มีคุณสมบัติแทบจะไม่แตกต่างจาก Adobe Bridge นำมาใช้งานแทน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรของเครื่องลง

10.3  การดัดโค้งบิดงอ เหมือนหุ่น กับ Puppet Warp 
            อีกหนึ่งความสามารถใหม่ และดูจะเป็นความสามารถที่ค่อนข้างเด่น คือ การดัดโค้ง บิดงอหรือจะทำให้เปลี่ยนรูปทรง ปรับแขนขาของภาพ (ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพคนก็ได้) สามารถปรับได้เช่นเดียวกับการปรับหุ่น โดยใช้คำสั่ง Edit > Puppet Warp

10.4  ลบภาพที่ไม่ต้องการออกแบบเนียนๆ ด้วย Content-Aware
            หลายๆ ครั้งรูปภาพที่เราถ่าย หรือภาพจากอินเตอร์เน็ต บางครั้งเรามีความจำเป็นจะต้องเอาบางส่วนของภาพออก การ Retouch ภาพต้องใช้เวลามากพอสมควร แต่วันนี้ Photoshop CS5 มีเครื่องมือที่จะทำให้เราสามารถลบภาพที่ไม่ต้องการออกง่าย ๆ โดยใช้คำสั่ง Content
-Aware

10.5  สร้างภาพที่ดีขึ้นด้วย HDR (High Dynamic Range) 
            สำหรับนักถ่ายภาพโดยเฉพาะ เพราะความสามารถนี้จะใช้สำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงที่มืดและสว่าง จากนั้นก็ใช้ Photoshop ช่วยรวมภาพเพื่อให้ได้รายละเอียดของภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น (ซึ่งปกติจะไม่สามารถถ่ายด้วยกล้องได้) คำสั่งนี้จะอยู่ที่หัวข้อ Automate Merge to HDR Pro

10.6  แก้ไขภาพจากกล้องดิจิตอลด้วย Lens Corrections 
            อีกหนึ่งความสามารถใหม่สำหรับนักถ่ายภาพโดยเฉพาะ การนำภาพจากกล้องดิจิตอลเข้ามาแก้ไขใน Photoshop สิ่งหนึ่งที่อาจมีความผิดเพี้ยนไปบ้าง โดยเฉพาะกับการนำไฟล์ ประเภท RAW มาใช้และมีการแปลงเป็น jpeg ผลลัพธ์ที่ได้อาจผิดไปบ้างจากต้นฉบับ เนื่องจากไฟล์ RAW ของแต่ละกล้อง ก็จะมีเทคนิคในการจัดเก็บแตกต่างกันไปบ้าง ดังนั้น Photoshop CS5 จึงมีการรวมรวบวิธีการของแต่กล้องมา เพื่อให้เวลาดึงภาพมาใช้งาน จะได้ผิดพลาดน้อยที่สุด คำสั่งนี้อยู่ในหัวข้อ Filter

10.7  หัวแปรงแบบ Bristle Tips 
           
เป็นการจำลองหัวแปรง หรือพู่กันสำหรับระบายสีจริง ๆ โดยจะแสดงทิศทางและน้ำหนัก การลาก หรือตวัดหัวแปรง ใน Photoshop CS5 จะมีหัวแปรงลักษณะนี้ อยู่ 10 แบบ โดยเราสามารถกำหนดค่าของ

หัวแปรงเหล่านี้ได้เพิ่มเติมอีกตามความเหมาะสม

10.8  แปลงภาพถ่ายธรรมดาให้เป็นภาพ HDR ด้วย HDR Toning
           
ปกติการสร้างภาพ HDR ต้องนำภาพอย่างน้อย 3 ภาพ มาใช้ แต่ใน Photoshop CS5 ใช้เพียงภาพเดียวก็สามารถทำได้แล้ว

10.9  ร่างรูปทรง 3 มิติ ด้วย Repousse มีเฉพาะใน Vertion Extended
            สร้างภาพ มิติ ด้วย Repousse เป็นฟีเจอร์ใหม่ในกลุ่มคำสั่ง 3 D ซึ่งมีความสามารถในการแปลงอักษร รูปร่าง และภาพ 2 มิติ ให้เป็นรูปทรง 3 มิติได้อย่างง่ายดาย

10.10  ทำภาพเอียงให้ตรง กับ Ruler Tool 
            กรณีเรามีภาพเอียง เราสามารถให้ Photoshop ปรับภาพให้ตรงได้อัตโนมัติ โดยใช้คำสั่ง Ruler Tool และเลือกตำแหน่งสองจุดที่เอียง เพื่อให้ปรับภาพให้ตรง 

 

11การเข้าสู่โปรแกรม Adobe Photoshop cs5

1คลิกปุ่ม Start > จะมองเห็นชื่อโปรแกรม Adobe Photoshop cs5 สามารถคลิกที่ชื่อโปรแกรมได้เลย แต่ในกรณีที่มองไม่เห็นชื่อโปรแกรม ให้คลิกที่ All Program

2คลิก Adobe Master Collection CS5

3คลิกเลือก Adobe Photoshop CS5

4)  หน้าต่างการใช้งานโปรแกรม Photoshop CS5 จะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมใช้งาน

12ส่วนประกอบของโปรแกรม Photoshop cs5

12.1   Application Bar (แอพพลิเคชั่นบาร์) 
           
เป็นแถบเครื่องมือที่เก็บปุ่มคำสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ เอาไว้ เช่น เปิดโปรแกรม Bridge หมุนพื้นที่ทำงาน ย่อ-ขยายภาพ,จัดเรียงวินโดว์ภาพและจัดองค์ประกอบของเครื่องมือตามพื้นที่ใช้งาน

12.2  Menu Bar (เมนูบาร์)  
           
ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้จัดการกับไฟล์ ทำงานกับรูปภาพ และใช้การปรับแต่ง การทำงานของโปรแกรม โดยแบ่งเมนูตามลักษณะงาน   
นอกจากนี้บางเมนูหลัก จะมีเมนูย่อยซ่อนอยู่ ซึ่งนักเรียนต้องเปิดเข้าไปเพื่อเลือกคำสั่งภายในอีกที

12.3  Workspace Menu (เวอร์คสเปสเมนู)

             คือพื้นที่การทำงาน หรือรูปแบบการแสดงเครื่องมือและพาเนลที่มีความเกี่ยวข้องกับงานที่ทำ ซึ่งใน  Photoshop CS5 มี Workspace  ให้เลือกมากมายหลายแบบ
เช่น งานปรับแต่งสี งานด้าน               ตัวอักษร ซึ่งการเลือก Workspace ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มพื้นที่การทำงาน

12.4  Option Bar (ออปชันบาร์) 
            เป็นส่วนที่ใช้ปรับแต่งค่าการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ โดยรายละเอียดในออปชันบาร์จะเปลี่ยนไปตามเปลี่ยนไปตามเครื่องมือที่เราเลือกจากทูลบ็อกซ์ในขณะนั้น
เช่น เมื่อเราเลือกเครื่องมือ rush 
(พู่กัน) บนออปชั่นบาร์จะปรากฏออปชันที่ใช้ในการกำหนดขนาด และลักษณะหัวแปรง โหมดในการระบายความโปร่งใสของส
ี และอัตราการไหลของสี เป็นต้น

12.5  แถบชื่อไฟล์

             แสดงชื่อไฟล์งานหรือไฟล์รูปภาพต่างๆที่เปิดใช้งาน อีกทั้งยังสามารถสลับการทำงานได้ง่าย

และ สะดวกมากยิ่งขึ้น

12.6  Tool Panel (ทูลพาเนล) หรือ กล่องเครื่องมือ 
              จะประกอบไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการวาดตกแต่งและแก้ไขภาพเครื่องมือเหล่านี้มีจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีการรวมเครื่องมือที่ทำหน้าที่คล้าย ๆ กันไว้ในปุ่มเดียวกันโดยจะมีลักษณะรูปสามเหลี่ยมอยู่บริเวณมุมด้านล่าง ดังภาพเพื่อบอกให้รู้ว่าในปุ่มนี้ยังมีเครื่องมืออื่นอยู่ด้วย

12.7  พื้นที่แสดงภาพหรือพื้นที่ทำงาน

             แสดงงานหรือรูปภาพต่าง โดยการทำงานสามารถเปิดไฟล์หลายๆไฟล์ได้และสามารถสลับการ

ทำงานไปมาระหว่างไฟล์งานต่าง ๆ ได้

12.8  Panel (พาเนล) 
            เป็นวินโดว์ย่อย ๆ ที่ใช้เลือกรายละเอียดหรือคำสั่งควบคุมการทำงานต่างๆ ของโปรแกรม ใน 
Photoshop มีพาเนลอยู่เป็นจำนวนมากเช่นพาเนล Colorใช้สำหรับเลือกสี,พาเนล Layers ใช้สำหรับจัดการกับเลเยอร์และพาเนล Info
 ใช้แสดงค่าสีตรงตำแหน่งที่ชี้เมาส์รวมถึงขนาด/ตำแหน่งของพื้นที่ที่เลือกไว้

 
กลับด้านบน