หน่วยที่ 4

การปรับแต่งสีภาพด้วย Adjustments

            รูปภาพที่จะนำมาใช้งาน นักเรียนสามารถทำการรีทัชในส่วนของคุณภาพสีต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม ถูกต้องตามความต้องการของชิ้นงานเสียก่อน จึงนำไปใช้งาน รูปภาพที่ได้จะมีความสวยงามและตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

1รู้จักกับพาเนล Adjustments

            Adjustments เป็นพาเนลที่ใช้ควบคุมคำสั่งและเครื่องมือสำคัญ ๆ ที่ถูกใช้งานบ่อยครั้ง มารวบรวมเก็บไว้เพื่อความสะดวกในการใช้งานซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการปรับแต่งสีภาพเท่านั้นทำให้เกิดความเร็วในการเรียกใช้งานมากยิ่งขึ้น อีกทั้งโปรแกรมจะสร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่ให้อัติโนมัติ โดยอยู่ทางด้านบนของเลเยอร์รูปภาพที่กำลังปรับแต่งสีและโทนอยู่ขณะนั้น

            สำหรับการเรียกใช้พาเนล Adjustments สามารถทำได้โดยคลิกที่เมนู Windows>Adjustment

                    รูปพาเนล Adjustments ที่ใช้ปรับสีและโทนภาพ

Brightness/Contrast                    ปรับความสว่างและส่วนต่างของแสง

 Level                                         ปรับระดับความสว่างของภาพ

Curves                                       ปรับระดับสีของภาพแบบกำหนดด้วยเส้น Curves

Exposure                                     ปรับแต่งแสงให้ภาพ  

 Vibrance                                     เพิ่มความสดของสี

           Hue/Saturation                     ปรับแต่งสีและแสงเงาของภาพด้วยระบบสี 

            Color Balance                         ปรับค่าสีเพื่อให้เกิดความสมดุล

      Black & white                          ปรับภาพให้เป็นสีขาว-ดำ

  •  Channel Mixer                         ปรับแต่งภาพโดยใช้การผสมสี
  •  Invert                                      ปรับแต่งให้เป็นสีแบบตรงข้าม
  •  Posterize                               ปรับภาพให้เป็นลักษณะของภาพโปสเตอร์
  •  Threshold                              ปรับค่าพิกเซลภาพให้เป็นสีขาว-ดำ  
  • Gradient Map                         ปรับแต่งภาพโดยการไล่โทนสีของภาพ
  •  Selective Color                       เพิ่ม-ลดสีหลัก

2การเรียกใช้ Adjusments ผ่านทางเมนู

            คำสั่งทั้งหมดของ Adjustments ถูกจัดเก็บเอาไว้อย่างครบถ้วนในกลุ่มคำสั่งของเมนู Image ก็สามารถเรียกใช้งานได้เช่นเดียวกันโดยคลิกเมนู Image > เลือก Adjustments >เลือกประเภทการปรับค่าต่าง ๆ ที่ต้องการ

3ปรับแต่งค่าแสงด้วย Brightness / Contrast

            Brightness / Contrast ใช้สำหรับปรับความมืด สว่าง และความตัดกันของแสงซึ่งจะช่วยให้ภาพมีสภาวะแสงที่สวยงามและสมบูรณ์มากขึ้น

  1. เปิดรูปภาพที่ต้องการปรับค่าขึ้นมา แล้วคลิกเมนู Image > เลือก Adjustments >เลือก Brightness /  Contrast
     2 กำหนดค่า Contrast เพื่อกำหนดความแตกต่างระหว่างส่วนมืดกับส่วนสว่างของภาพ ซึ่งหากกำหนดให้มีค่ามากจะทำให้เกิดความต่างมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นจึงคลิกปุ่ม OK
      3 กำหนดค่า Contrast เพื่อกำหนดความแตกต่างระหว่างส่วนมืดกับส่วนสว่างของภาพ ซึ่งหากกำหนดให้มีค่ามากจะทำให้เกิดความต่างมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นจึงคลิกปุ่ม OK

4ปรับระดับแสงภาพด้วยคำสั่ง Levels

            คำสั่ง Levels คือการปรับแต่ง ทั้งในด้านของแสงเงาต่าง ๆ รวมทั้งสีด้วย เพื่อทำให้ภาพเกิดความสมดุลอันเนื่องมาจากระดับความมืดและความสว่างของบริเวณพื้นที่ทั้งหมดภายในภาพอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

  • 1 เปิดรูปภาพที่ต้องการขึ้นมา และคลิกเมนู Image > เลือก Adjustments>คำสั่ง Levels
  • 2 คลิกเมาส์เลือก Channel สีซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเลือกโหมดงานกราฟิก
  • 3 ปรับแต่งค่า Input Levels เพื่อให้เกิดความมืดหรือสว่างของภาพแต่ละแถบลูกศรมีหน้าที่แตกต่างกัน
    • ลูกศรสีดำ               เติมสีดำหรือทำให้ภาพมีความสว่างน้อยลง
    • ลูกศรีเทา                ปรับภาพให้อยู่ในระดับกลางที่ประกอบด้วยสีดำและสีขาวในอัตราส่วนที่เท่ากัน
    • ลูกศรสีขาว             เติมสีขาวให้ภาพเกิดความสว่างมากยิ่งขึ้น
  • 4 ปรับแต่งค่า Output Levels เพื่อให้เกิดการปรับโทนสีของภาพ
    • ลูกศรสีดำ               ทำให้ภาพมีโทนสีที่อ่อนลง
    • ลูกศรสีขาว             ทำให้ภาพมีโทนสีที่เข้มมากยิ่งขึ้น
  • 5 คลิกปุ่ม OK
  • 6 จะได้ผลลัพธ์ดังนี้
      

5ปรับระดับสีของภาพแบบกำหนดด้วยเส้น Curves

            Curves เป็นวิธีการปรับแสงเงาของภาพคล้ายคลึงกับคำสั่ง Levels จะต่างกันตรงที่การปรับแต่งด้วย Curves จะไม่เห็นภาพ Histrogram เพราะกราฟของ Curves จะแสดงการเปรียบเทียบระหว่างค่าสีเดิม และค่าสีที่ปรับใหม่เท่านั้น แต่การใช้คำสั่งนี้อาจควบคุมระดับสีของภาพด้วยการกำหนดจากเส้น Curves ซึ่งทำให้การใช้คำสั่งที่คุณสามารถตั้งค่าความสว่างของตำแหน่งใด ๆ ก็ได้ โดยเลือกได้มากถึง 14 จุด ในตำแหน่งเส้น Curves อีกทั้งคำสั่งนี้ยังแยกการปรับความสว่างในแต่ละแชลแนล

  1. เปิดรูปภาพที่ต้องการขึ้นมาและคลิกเมนู Image >Adjustments> Curves (หรือเลือกจากพาเนล Adjustments) และปรับแต่งเส้น Curves โดยนำเมาส์ไปคลิกบริเวณเส้นและกำหนดค่าตัวเลขลงในช่อง input และ output หรือจะปรับแต่งเส้น Curves แล้วคลิกปุ่ม OK

 

  • หมายเลข 1 คือ ชุด Preset เพื่อปรับแต่งแสงเงา
  • หมายเลข 2 คือ ปรับแต่งสีจากแชลแนลสีจากโหมดภาพ
  • หมายเลข 3 คือ รูปแบบการปรับแต่งเส้น Curves
  • หมายเลข 4 คือ ปรับแต่ง Curves ยึดตามโทนแสง
  • หมายเลข 5 คือ เครื่องมือที่ใช้คลิกเพื่อกำหนดจุด มืด สว่าง หรือโทนสีของภาพ
  • หมายเลข 6 คือ บริเวณปรับเส้น Curves

6ปรับแต่งแสงให้ภาพด้วย Exposure

            Exposure เป็นคำสั่งสำหรับชดเชยแสงของภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล ซึ่งนักเรียนสามารถชดเชยแสงจะเป็นได้ทั้งบวก หรือลบเปิดรูปภาพและคลิกเมนู Image > เลือก Adjustments>Exposure และกำหนดค่าออปชั่น  ต่าง ๆ สำหรับปรับแต่งแสงดังนี้

    • Exposure                     ชดเชยแสงทางบวกหรือลบ
    • Offset                          ปรับความเข้มของเงา
    • Gamma                        เพิ่มแสงสีขาวหรือดำลงภาพ       

7เพิ่มความสดในของสีด้วย Vibrance

            Vibrance คือ คำสั่งที่ใช้เพิ่มความสด หรือความอิ่มตัวของสี การปรับค่าในคำสั่ง Vibrance สูงสุดจะเป็นการเพิ่มความอิ่มตัวให้เฉพาะสีหลักเท่านั้น แต่ Saturation ที่ทุกสีจะสดใสเหมือนกันหมด

  • เปิดรูปภาพและกำหนดค่าออปชันต่าง ๆ สำหรับการเพิ่มความสดของสีดังนี้
    • Vibrance          เพิ่ม ลด ความสดของสีภาพเฉพาะสีหลักเท่านั้น
    • Saturation        ปรับทุกสีให้สดขึ้นทั้งหมด

8เพิ่มความสดและสีของภาพด้วย Hue/Saturation

            Hue/Saturation มีหน้าที่สำหรับปรับสีและเงาของภาพโดยปรับจากค่าระบบสี Hue และปรับค่าความอิ่มตัวของค่าสีใน Saturation รวมทั้งความสว่างของภาพด้วย Lightness การปรับโดยอาศัยพื้นฐานของการมองภาพในโมเดลของ HSB

  • เปิดรูปภาพ กำหนดค่าออปชั่นเพื่อใช้ในการปรับแต่งรูปภาพด้วยค่าต่างๆดังต่อไปนี้
    • Hue                  ปรับสีพิกเซลภาพให้เปลี่ยนเป็นสีอื่น ๆ การปรับจะทำให้เป็นค่าสีที่เท่ากันเมื่อเทียบกับตำแหน่งเดิม
    • Saturation        ปรับค่าความอิ่มตัวของสี
    • Lightness         เพิ่มหรือลดความสว่างของภาพ โดยหากกำหนดเป็นค่ามากจะทำให้ภาพมีความสว่างมาก

9การปรับค่าสีเพื่อให้เกิดความสมดุลด้วย Color Balance

            Color Balance ใช้สำหรับปรับความสมดุลของสีภาพ จะมีผลกระทบทำให้โหมดสีอื่นเปลี่ยนแปลงด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีในโหมดของ CMYK และ RGB

  • เลือกโทนสีความสว่างที่ต้องการ จากตัวเลือกดังนี้
    • Shadows                      ปรับแสงเงาของภาพ
    • Midtones                      ปรับภาพให้มีความมืด ความสว่างที่เหมาะสม
    • Highlights                     ปรับความสว่างของภาพ
  • ปรับแต่งค่าโดยการเลื่อนแถบลูกศรประจำสี หรือระบุค่าโดยตรงในช่อง Color Balance ดังนี้
    • Cyan-Red                     ปรับเพิ่มหรือลงระดับความเข้มข้นของสีฟ้าอมเขียว แดง
    • Magenta Green         ปรับเพิ่มหรือลดความเข้มข้นของสีม่วง เขียว
    • Yellow Blue               ปรับเพิ่มหรือลดความเข้มของสีเหลือง น้ำเงิน

10แปลงภาพเป็นสีขาว-ดำด้วย Black and White

            Black and White เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการแปลงภาพสีให้กลายเป็นขาว-ดำ สามารถเลือกปรับแต่งความเข้มของแต่ละสีได้ตามต้องการ

  1. เปิดรูปภาพ กำหนดค่าออปชั่นเพื่อใช้ปรับความเข้ามตามโทนสีซึ่งประกอบด้วยสีแดง (Reds) .สีเหลือง (Yellows), สีเขียว (Greens), สีฟ้าอมเขียว (Cyans),สีน้ำเงิน (Blues),และสีม่วง(Magentas)
  • หมายเลข 1 ปรับค่าตามต้องการ
  • หมายเลข 2 คือ สร้างภาพขาว-ดำ โดยการกำหนดโทนสี
  • หมายเลข 3 คือ แปลงภาพขาว-ดำแบบอัติโนมัติ

11เลนส์ฟิลเตอร์ด้วย Photo Filter

            Photo Filter เป็นคำสั่งที่ใช้เลียนแบบการทำงานของฟิลเตอร์สำหรับการถ่ายภาพจำลองการใส่เลนส์ฟิลเตอร์ให้กับภาพถ่าย ด้วย Photo Filter

  • เปิดรูปภาพ
  • คลิกเมนู Image > Adjustment >Photo Filter
  • จากนั้นคลิกเมาส์ที่ช่องสี (Color)เพื่อเลือกสีที่จะนำมาใช้แต่งภาพ
    • Filter                เลือกชนิดของฟิลเตอร์ที่ใช้ในการแต่งภาพ
    • Color                เลือกสีของฟิลเตอร์
    • Density             ปรับความเข้มของสี
    • Preserve Luminosity   รักษาระดับความสว่างเดิมไว้
  • รักษาความสว่างของภาพเดิมไว้โดยการคลิกที่ Preserve Luminosity
  • เลือกโทนสีที่ต้องการตกแต่งภาพ
  • กดปุ่ม OK

12ปรับแต่งภาพโดยใช้หลักการผสมสี Channel Mixer

            Channel Mixer การปรับแต่งภาพโดยการผสมสีในแต่ละ Channel Mixer จะช่วยในการเพิ่มหรือลดสีในแต่ละแชลแนลของรูปภาพ นอกจากจะใช้ปรับสีแล้วคำสั่งนี้ยังนำมาใช้เพื่อสร้างภาพในลักษณะ Crayscale ที่มีคุณภาพสูง เพราะว่าคุณสามารถเลือกข้อมูลสีจากแต่ละแชลแนล มาผสมกันได้ด้วยตนเองตามความต้องการ

  1. เปิดรูปภาพ
  2. คลิกเมนู Image >เลือก Adjustments > Invert
  3. และกำหนดแชลแนลที่ต้องการจากช่องปรับจากช่อง Output Channel
  4. เลือกแถบลูกศรเพื่อปรับแต่งค่าสีแดง (Red), เขียว (Green), และน้ำเงิน (Blue), ปกติแล้วจะอยู่ที่ 0 แต่นักเรียนสามารถปรับแต่งค่าสีเหล่านี้ตามความต้องการ
  5. ค่า Constant กำหนดว่าจะให้นำข้อมูลจากแชลแนลสีใดมาใช้งานบ้างในปริมาณที่เท่า ๆ กัน โดยผลลัพธ์จะถูกนำไปใช้ในทุกแชลแนลสี ซึ่งจะส่งผลให้ภาพแสดงเป็นแบบ Grayscale นั่นเอง

13ปรับภาพให้เป็นภาพสีแบบตรงข้าม (Invert)

            Invert เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับปรับภาพสีให้มีลักษณะเป็นภาพจากฟิมล์ Nagative โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. คลิกเมนู Image
  2. เลือก Adjustments > Invert

14การลดทอนระดับสีด้วย Posterize

            Posterize ใช้สำหรับลดจำนวนระดับสีในแต่ละแชนแนลของภาพลง ซึ่งจะส่งผลให้ภาพโดยรวมมีจำนวนสีลดลง และเห็นสีตัดกันอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถกำหนดระดับสีได้ตั้งแต่ 2 ระดับจันถึง 255 ระดับสี

  1. เปิดรูปภาพ
  2. คลิกเมนู Image > Adjustments > เลือก Posterize
  3. ระบุค่าตัวเลขใน Levels หรือสามารถเลื่อนตำแหน่งใน Levels ตามความต้องการดังภาพ

15การปรับค่าพิกเซลภาพให้เป็นสีขาว-ดำ ด้วย Threshold

            Threshold เป็นคำสั่งใช้สำหรับแปลงพิกเซลต่างๆในภาพให้กลายเป็นสีขาวและสีดำเท่านั้น ในแต่ละตำแหน่งพิกเซลบนภาพ ซึ่งมีความแตกต่างจากการแปลงภาพให้อยู่ในโหมด Bitmap คือคำสั่งนี้จะไม่จำลองเฉดสีเทาขึ้นมาจากสีดำและสีขาว ซึ่งหากจุดสีใดเข้มกว่าก็จะกลายเป็นสีดำ

  1. เปิดรูปภาพ
  2. คลิกเมนู Image > Adjustments> Threshold
  3. กำหนดค่าออปชัน Threshold  Levels เพื่อปรับระดับสีดำและสีขาวโดย ระบุค่าตัวเลขหรือเลื่อนแถบ การระบุค่ามาก ๆ จะทำให้ภาพมีสีดำเพิ่มขึ้น และการระบุค่าน้อย ๆ จะทำให้ภาพเพิ่มสีขาว

16ปรับแต่งภาพโดยการไล่โทนทีของภาพด้วย Gradient Map

            Gradient Map เป็นการปรับภาพโดยการไล่โทนสี (Gradient) ซึ่งอ้างอิงจากโหมด Gryscale จากดำไปยังขาว เช่นการไล่โทนสีภาพด้วยสีแดง-เขียว ภาพในส่วนที่เป็นโทนสีดำจะถูกไล่สีด้วยสีแดงและโทนสีขาวจะไล่ด้วยโทนสีเขียว สามารถทำได้ดังนี้

  • เปิดภาพ
  • คลิกเมนู Image > Adjustments> Gradient Map
  • กำหนดค่าออปชั่นเพื่อใช้ในการสร้างรูปแบบ Gradient ดังนี้
    • Dither               กำหนดการกลมกลืนของสี
    • Reverse           สลับทิศทางของการไล่สี
  • คลิกเมาส์ตำแหน่งลูกศรบนช่องแสดงรูปแบบการไล่โทนสี Gradient
  • เลือกรูปแบบการไล่สีที่ต้องการ
  • หรือกำหนดรูปแบบใหม่ตามต้องการ
  • กดปุ่ม OK
  • จะได้ผลลัพธ์ดังภาพด้านล่าง

17เพิ่มหรือลดความอิ่มตัวของสีด้วย Selective Color

            Selective Color ปรับสีของภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งยังสามารถเลือกได้เองว่าจะดึงสีไหนออกมาจากส่วนของสี ๆ หนึ่งที่นักเรียนสามารถกำหนดเองได้ตามต้องการ

  • เปิดภาพที่ต้องการ
  • คลิกเมนู Image > Adjustments> Gradient Map
  • เลือกแชลแนลสีที่จะปรับจากจากช่อง Corlor
  • กำหนดค่าสีที่อยู่ใน Color ซึ่งประกอบด้วย Cyan.Magenta.Yellow และ Black (ตามหลักโหมด CMYK) โดยนักเรียนสามารถระบุค่าตัวเลขของสีหรือเลื่อนแถบเพื่อทำการเพิ่มหรือลดค่าสีใด ๆตามที่ต้องการ
  • เลือกค่าออปชั่นจากช่อง Method ซึ่งมีหน้าที่ดังนี้
    • Relative            ปรับสีโดยเทียบสัดส่วนค่าสีปัจจุบัน
    • Absolute           ปรับสีให้ตรงตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด

18ปรับแต่งแสงไม่ให้สว่างหรือมืดเกินไปด้วย Shadow/Highlight

            Shadow/Highlight มีหน้าที่ในการปรบแสงเงาและแสงไฮไลท์ ซึ่งภาพที่ปรับแต่งนั้นจะได้สภาวะของแสงและเงาที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

  • เปิดรูปภาพที่ต้องการแต่ง
  • คลิกเมนู Image>Adjustments>Shadow/Highlight
  • กำหนดค่าออปชั่น Shadow/Highlight ดังต่อไปนี้
    • Shadows                      ปรับความสว่างของส่วนที่เป็นแสงเงา
    • Highlights                     ปรับความสว่างของส่วนที่เป็นแสงไฮไลท์

 

  • คลิกปุ่ม OK

19ปรับภาพเป็นแบบขาว-ดำ ด้วย Desaturate

            Desaturate คือการเอาค่าสีออกจากภาพ ทำให้ภาพที่เหลือจะมีเฉพาะสีขาว และสีดำ (ภาพขาวดำ Grayscale) โดยที่โหมดสีของภาพยังเป็นโหมดเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นโหมด Grayscale Desaturate ไม่ใช่เป็นการปรับเปลี่ยนโหมดของภาพ ดังนั้นคุณภาพของโหมดภาพก็ยังคงอยู่ตามโหมดภาพเดิมคือ RGB นั่นเอง โดยสามารถใช้คำสั่งนี้ด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดภาพที่ต้องการแก้ไข
  2. คลิก Image > Adjustments > Desaturate

20ปรับสีด้วยการเปรียบเทียบระหว่างภาพด้วย Match Color

            Match Color เป็นคำสั่งสำหรับปรับค่าโทนสีและแสงของภาพที่เรากำลังเลือกทำงาน ให้มีความใกล้เคียงกับภาพที่กำลังใช้งาน ซึ่งทำให้พื้นสีผิวของภาพถูกทดแทนและปรับได้อย่างลงตัว เช่นการปรับสีผิวคน สามารถทำตามขั้นตอนดังนี้           

  • เปิดรูปภาพขึ้นมาสองภาพ โดยภาพแรกเป็นภาพที่ต้องการแก้ไขส่วนอีกภาพหนึ่งจะใช้สำหรับ เลือกค่าสีมาแทนที่ซึ่งให้นักเรียนเลือกภาพการทำงานที่รูปแรก
  • คลิกเมนู Image > Adjustment > Match Color และกำหนดค่าออปชั่นที่เกี่ยวข้องกับค่าสีและ

ความสว่างของภาพ

    • Luminance                   ปรับความสว่างของภาพ
    • Color Intensity              ปรับความสดของสี
    • Fade                             ลดผลการปรับแต่งของภาพ
  • คลิกปุ่ม OK จะได้ผลลัพธ์ดังภาพ

 

21แทนสีภาพจากสีหนึ่งด้วยสีหนึ่ง Replace Color

            Replace Color จะแบ่งการทำงานออกเป็นสองส่วน คือ Selection สำหรับทำงานในส่วนการเลือกพื้นที่ที่ต้องการเปลี่ยนสี และส่วนของ Replacement สำหรับการควบคุมการเปลี่ยนสี

  • เปิดภาพที่ต้องการแก้ไข
  • คลิกเมนู Image > Adjustment > Replace Color
  • เลือกเครื่องมือ Eyedropper ในการคลิกเลือกสีที่ต้องการปรับ
    •   ถ้าต้องการเลือกสีอื่นเพิ่มเติม
    •      ถ้าต้องการยกเลิกสีใด
  • กำหนดค่า Fuzziness เพื่อเพิ่มหรือลดขอบเขตของสีที่เหลือกซึ่งจะสัมพันธ์กับการทำงานของเครื่องมือ Eyedropper
  • เมื่อได้ขอบเขตของสีที่ต้องการแล้วให้ปรับค่าในส่วนของออปชั่น Replace Color ด้วยการเลื่อนแถบหรือระบุค่าตัวเลขภายใน Hue. Saturation, และ Lightness โดยแต่ละส่วนมีหน้าที่ดังนี้
    • Hue                  เพื่อปรับเปลี่ยนสี โดยเทียบกับตำแหน่งปัจจุบัน
    • Saturation        เพื่อปรับค่าความอิ่มตัวของสี
    • Lightness         เพื่อปรับความสว่างของภาพ
  • คลิกปุ่ม OK
  • คลิกเมาส์ในบริเวณพื้นที่ ที่ต้องกรเปลี่ยนแปลงสี
  • จะได้ผลลัพธ์ดังรูป

22การปรับสีภาพให้เกิดความสม่ำเสมอด้วย Equalize

            Equalize คือคำสั่งที่ใช้ค้นหาตำแหน่งพิกเซลที่สว่างที่สุดและพิกเซลที่มืดที่สุด แล้วกำหนดให้กลายเป็นสีขาวและสีดำตามลำดับ หลังจากนั้นจึงปรับระดับพิกเซลอื่น ๆ ทีมีสีอยู่ระหว่างนั้นให้มีความส่ำเสมอ

  1. เปิดรูปที่ต้องการแก้ไข
  2. คลิกเมนู Image > Adjustment > Equalize

23ปรับสีภาพโดยเทียบสีจากตัวอย่าง Variation

            Variation เป็นคำสั่งที่ใช้ในการปรับสีและแสงเงาของภาพ โดยเลือกจากภาพตัวอย่างของการปรับแต่งภาพที่โปรแกรมแสดงไว้ให้โดยใช้sสายตาเป็นตัวเปรียบเทียบ เหมาะกับการปรับภาพโดยทั่ว ๆไป ที่ไม่ต้องการความเที่ยงตรงเจาะจงเท่าใดนัก

  • เปิดรูปที่ต้องการแก้ไข
  • คลิกเมนู Image > Adjustment > Variation >เลือกรูปแบบ
  • Original                        คลิกเลือกเพื่อกลับการทำงานเป็นภาพต้นฉบับ
  • Current Pick                 แสดงสถานะของภาพที่ถูกเลือก (ปรับแต่งสีแล้ว) ซึ่งรูปภาพ  

                                    ที่แสดงในส่วนนี้เกิดจากการที่คุณนำภาพเมาส์ไปคลิกเลือก

                                    รูปภาพที่แสดงอยู่ทางรูปแบบการปรับปรับแต่ง

  • Shadows                      ปรับภาพให้เกิดความมืด (มีเงา)
  • Midtones                      ปรับภาพให้มีความมืด-ความสว่างที่เหมาะสม
  • Highlight                      ปรับความสว่างของภาพ
  • Saturation                    ปรับความเข้ม-จางและเปอร์เซ็นต์สี
  • Fine/Coarse                 ปรับความละเอียดหรือความหยาบของภาพ
  • Show Clipping              แสดงแสงสะท้อน (Highlight) ของพื้นที่ที่ไม่ต้องการปรับแต่งสีและความสว่างด้วยการคลิกเมาส์ที่ภาพตามที่ต้องการปรับความมืดหรือความสว่างของภาพ
  • Lighter                         ปรับภาพให้เกิดความสว่างมากขึ้น
  • Current Pick                 แสดงรูปภาพสถานะปัจจุบัน
  • กดปุ่ม OK